นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ (ปั๋น) สส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ออกโรงเปิดเผยปัญหาการเงินของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งสะสมมายาวนานและพอกพูนจนกลายเป็นภาระหนักของวงการฟุตบอลไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารในอดีตเต็มไปด้วยความไม่โปร่งใส และอาจมีการแทรกแซงจากกลุ่มการเมือง

หนี้สินพอกพูนจากยุคสู่ยุค – จุดเริ่มต้นของวิกฤติ

นายชิตวันชี้ว่า หนี้สินของสมาคมฟุตบอลไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่สะสมมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ผ่านการบริหารของอดีตนายกสมาคมฯ หลายสมัย ไม่ว่าจะเป็น

  • ยุคของนายวรวีร์ มะกูดี (2550-2558) ซึ่งมีปัญหาค้างชำระภาษีอากร และการไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้สมาคมฯ ต้องจ่ายค่าปรับและภาษีรวมกว่า 84 ล้านบาท
  • ยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (2559-2567) ที่แม้จะเคลียร์หนี้ภาษีไปบางส่วน แต่กลับสร้างภาระใหม่ เช่น การยกเลิกสัญญากับสยามสปอร์ตก่อนกำหนด จนนำไปสู่คำสั่งศาลให้ชดใช้ 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
  • ยุคของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ (2567-ปัจจุบัน) ที่เข้ามาพร้อมกับหนี้สินกว่า 660 ล้านบาท และต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ก้อนโตที่ตกทอดจากการบริหารที่ผ่านมา

สัญญาผูกมัด – สมาคมฯ เสียเปรียบ หรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร?

หนึ่งในข้อกังขาใหญ่คือ สัญญาที่ยืดยาวและผูกพันข้ามวาระของนายกสมาคมฯ ทำให้สมาคมฯ ต้องแบกรับภาระที่อาจไม่เป็นธรรมต่อฟุตบอลไทย เช่น

  • สัญญากับสยามสปอร์ต ที่เกิดขึ้นในยุคนายวรวีร์ และส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงยุคของ พล.ต.อ.สมยศ
  • สัญญากับ Plan B ซึ่งถูกลงนามในปี 2564 และมีผลผูกพันจนถึงปี 2571 แม้ว่านายกสมาคมฯ คนใหม่จะเข้ามาแทนที่

นายชิตวันตั้งคำถามว่า สัญญาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของสมาคมฯ หรือเป็นการเปิดช่องให้บางกลุ่มแสวงหากำไรจากวงการฟุตบอลไทย

งบประมาณภาครัฐ – ถูกใช้เพื่อพัฒนาฟุตบอลหรือผลประโยชน์กลุ่มทุน?

มีรายงานว่า งบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างปี 2562-2567 ที่ไหลเข้าสมาคมฟุตบอลไทยมีมูลค่ากว่า 978 ล้านบาท ถูกแบ่งออกเป็น

  • การจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ 350 ล้านบาท
  • การจัดจ้างเกี่ยวกับสมาคมฟุตบอล 22 ล้านบาท
  • การถ่ายทอดสด 629 ล้านบาท

แต่ข้อกังขาคือ งบประมาณเหล่านี้ถูกใช้เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยจริงหรือไม่? หรือเป็นเพียงเครื่องมือในการเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่มทุน?

Data Analytics – ข้อมูลสำคัญของสมาคมฯ ถูกขายให้ใคร?

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตามองคือ สิทธิ์การถือครองข้อมูลวิเคราะห์ฟุตบอล (Data Analytics) ที่เป็นทรัพย์สินสำคัญของสมาคมฯ แต่กลับถูกขายออกไปอย่างถาวร โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าขายให้ใครและมีมูลค่าเท่าไหร่

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สามารถช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้ทุกสโมสรสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับมีข่าวลือว่าข้อมูลดังกล่าวถูกขายให้เว็บไซต์การพนันและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและรายได้ของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว

ฟุตบอลไทย – แหล่งเงินก้อนโตที่ถูกแทรกแซงทางการเมือง?

เงินหมุนเวียนในวงการฟุตบอลไทยมาจากหลายช่องทาง เช่น สิทธิประโยชน์, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, สปอนเซอร์ และเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้เกิดคำถามว่า กลุ่มการเมืองบางกลุ่มเข้ามาใช้สมาคมฯ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่

  • การเปลี่ยนแปลงสัญญาสิทธิประโยชน์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนนายกสมาคมฯ
  • ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทถ่ายทอดสดกับนักการเมือง
  • เงินหมุนเวียนที่ขาดความโปร่งใส
  • เจ้าของสโมสรฟุตบอลที่มีบทบาททางการเมือง

“ล้างบาง” วงการฟุตบอลไทย – ถึงเวลาต้องปฏิรูปจริงจัง!

การเปิดโปงปัญหาครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระล้างปัญหาที่ฝังรากลึกในสมาคมฟุตบอลไทย “มาดามแป้ง” ในฐานะนายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน ได้ส่งสัญญาณว่าเธอจะเดินหน้าเก็บกวาดปัญหาทั้งหมดอย่างจริงจัง

สิ่งที่วงการฟุตบอลไทยต้องการในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การ “เช็ดทำความสะอาด” แต่ต้องเป็นการ “ล้างบ้านครั้งใหญ่” เพื่อให้โครงสร้างของสมาคมฯ กลับมาสู่เส้นทางที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ภารกิจนี้อาจไม่ง่าย แต่หากต้องการเห็นวงการฟุตบอลไทยเติบโตอย่างแท้จริง ก็ถึงเวลาที่ต้อง “เช็ดให้เกลี้ยง” และตัดวงจรผลประโยชน์ที่ฉุดรั้งวงการนี้มาอย่างยาวนาน!