เชลซี สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันอย่างเป็นทางการในการแต่งตั้ง เลียม โรซิเนียร์ เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีม ด้วยสัญญาระยะยาวจนถึงปี 2032 แทนที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่แยกทางกับสโมสรไปก่อนหน้านี้
การแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจาก โรซิเนียร์ วัย 41 ปี ออกมาอำลาแฟนบอล สตราสบูร์ก สโมสรในลีก เอิง ฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่าย BlueCo กลุ่มเจ้าของเดียวกับเชลซี โดยการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการดันกุนซือรายนี้ขึ้นมารับงานใหญ่ที่สุดในอาชีพการคุมทีมของเขา
โรซิเนียร์ กลายเป็นหัวหน้าโค้ชผิวสีคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของเชลซี ต่อจากตำนานอย่าง รุด กุลลิท และได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหารให้เป็นแกนหลักในแผนระยะยาวของสโมสร
กุนซือชาวอังกฤษ กล่าวถึงการรับตำแหน่งครั้งนี้ว่า
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาสคุมทีมเชลซี สโมสรแห่งนี้มีตัวตนที่ชัดเจน มีประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จ และเป้าหมายของผมคือการรักษาเอกลักษณ์นั้นเอาไว้ พร้อมสร้างทีมที่สะท้อนคุณค่าเหล่านี้ในทุกเกมที่ลงสนาม”
“ความเชื่อมั่นที่สโมสรมีให้ผมมีความหมายอย่างยิ่ง ผมพร้อมทุ่มเททุกอย่าง เพื่อพาเชลซีกลับไปสู่ความสำเร็จตามมาตรฐานที่สโมสรสมควรได้รับ”
สำหรับประวัติส่วนตัว โรซิเนียร์ เป็นชาวลอนดอนโดยกำเนิด เติบโตไม่ไกลจากสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ สมัยเป็นนักเตะเขาเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ก และเคยค้าแข้งกับหลายสโมสรในอังกฤษ อาทิ ฟูแล่ม, ฮัลล์ ซิตี้, เรดดิ้ง และไบรท์ตัน รวมถึงเคยติดทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี
ในเส้นทางผู้จัดการทีม เชลซี จะเป็นสโมสรที่ 3 ที่โรซิเนียร์รับงานคุมทัพ โดยเริ่มจากการเป็นกุนซือขัดตาทัพของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในปี 2022 ก่อนจะได้รับโอกาสคุม ฮัลล์ ซิตี้ แบบเต็มตัว และต่อยอดผลงานด้วยการย้ายไปคุม สตราสบูร์ก ในลีก เอิง เมื่อปี 2024
ผลงานของเขากับสตราสบูร์กถือว่าน่าประทับใจ โดยพาทีมจบอันดับ 7 ในฤดูกาล 2024-2025 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่เข้ามาคุมทีม พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปในรายการ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และในฤดูกาลปัจจุบันยังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการจบอันดับ 1 ของรอบแบ่งกลุ่ม
การแต่งตั้งโรซิเนียร์สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของเชลซี ที่มุ่งเน้นการสร้างทีมระยะยาวภายใต้กุนซือหนุ่มไฟแรง ซึ่งสโมสรหวังว่าจะเป็นคนพาสิงห์บลูส์กลับไปสู่ยุคแห่งความสำเร็จอีกครั้งทั้งในประเทศและเวทียุโรป






















