แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ หลังจากโดน บอร์นมัธ ยิงนำก่อน แต่ได้ นิโก้ โอเรลลี่ แข้งสำรองลงมาทำ 2 แอสซิสต์ให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ และ โอมาร์ มาร์มูช ยิงคนละประตู พาทีมแซงชนะ 2-1
บอร์นมัธเริ่มต้นดี แต่โดนเรือใบสีฟ้าคืนฟอร์มแซงชนะ
อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ชบอร์นมัธ ต้องปรับแนวรับเมื่อ ดีน ฮุยเซ่น และ มิลอส เคอร์เคซ ติดโทษแบน ส่ง ฮูลิโอ โซแลร์ กับ มาร์กอส เซเนซี่ ลงเล่นแทน โดยมี เดวิด บรูคส์ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง
ทางฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จัดทีมชุดใหญ่เต็มสูบ นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
ไคลเวิร์ตแอสซิสต์ บอร์นมัธออกนำก่อน
นาทีที่ 21 บอร์นมัธฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของ แมนฯ ซิตี้ โดย เดวิด บรูคส์ เปิดบอลไปเสาไกลให้ จัสติน ไคลเวิร์ต ก่อนจ่ายย้อนให้ เอวานิลซอน วิ่งมายิงผ่านมือ เอแดร์ซอน ส่งให้บอร์นมัธขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
แมนฯ ซิตี้ เปิดเกมรุก พลิกสถานการณ์ครึ่งหลัง
เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เดินเครื่องบุกหนัก นาทีที่ 49 นิโก้ โอเรลลี่ ดาวรุ่งที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จ่ายบอลจากฝั่งซ้ายให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซัดจ่อๆ ตีเสมอ 1-1
จากนั้น นาทีที่ 63 โอเรลลี่มีส่วนร่วมอีกครั้ง เมื่อแทงทะลุช่องให้ โอมาร์ มาร์มูช ยิงผ่านมือ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เข้าไป ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ แซงนำ 2-1
ช่วงเวลาที่เหลือ บอร์นมัธพยายามกดดัน แต่ไม่สามารถทวงคืนประตูได้ ทำให้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะไป 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน โดยมีคิวดวลกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
🔴 บอร์นมัธ (4-2-3-1) :
เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – ลูอิส คุก, อิลลีย่า ซาบาร์นี่, มาร์กอส เซเนซี่, ฮูลิโอ โซแลร์ – ไรอัน คริสตี้, ไทเลอร์ อดัมส์ – เดวิด บรูคส์, จัสติน ไคลเวิร์ต, อองตวน เซเมนโย่ – เอวานิลซอน
🔵 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) :
เอแดร์สัน – มาเธอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, รูเบน ดิอาส, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล – อิลคาย กุนโดกัน, มาเตโอ โควาซิช – แบร์นาโด ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น – เออร์ลิ่ง ฮาลันด์