Manchester Evening News สื่อท้องถิ่นชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยเบื้องหลังการตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยชี้ว่าเป็นผลลัพธ์จากความขัดแย้งสะสมหลายด้าน ทั้งเรื่องแท็กติก ความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหาร และเสียงกดดันจากแฟนบอล

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สโมสรพร้อมมอบเวลาให้ อโมริม อย่างน้อย 3 ปี เพื่อพิสูจน์ฝีมือในฐานะ “โค้ชระดับท็อป” แต่สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว เมื่อกุนซือชาวโปรตุเกสต้องพ้นตำแหน่งในเวลาไม่ถึง 19 ชั่วโมง หลังมีการแสดงจุดยืนต้องการอำนาจในการบริหารทีมมากขึ้น

แม้เกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่เอลแลนด์ โร้ด จะถูกมองว่าเป็นฟางเส้นสุดท้าย แต่แหล่งข่าวระบุว่า ความตึงเครียดได้ก่อตัวมาก่อนหน้านั้นหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอโมริมกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล ซึ่งปะทุขึ้นอย่างชัดเจนในการประชุมภายในเมื่อวันศุกร์ ก่อนเกมดังกล่าว

หนึ่งในประเด็นหลักคือเรื่อง ระบบการเล่น 3-4-2-1 ที่อโมริมยึดมั่นอย่างหนัก ฝ่ายบริหารคาดหวังว่าเมื่อผู้เล่นเริ่มปรับตัวได้ เขาจะมีความยืดหยุ่นทางแท็กติกมากขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม โดยอโมริมแสดงท่าทีไม่พอใจทุกครั้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการเปลี่ยนระบบ และปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่ออโมริมออกมาให้สัมภาษณ์เชิงตัดพ้อว่า ระบบของเขาไม่อาจสมบูรณ์ได้ หากไม่ได้รับผู้เล่นตามโปรไฟล์ที่ต้องการ ท่ามกลางความจริงที่สโมสรไม่เคยรับปากว่าจะทุ่มงบเสริมทัพในตลาดเดือนมกราคมอย่างที่เขาหวัง

นอกจากนี้ ฟอร์มในสนามก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะแนวรุกที่ถูกวิจารณ์ว่าขาดความสร้างสรรค์และเน้นเกมรับมากเกินไป เกมเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ กลายเป็นจุดที่บอร์ดบริหารและแฟนบอลแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน รวมถึงการเปลี่ยนตัวเชิงรับในช่วงท้ายเกม ซึ่งถูกมองว่าเป็นการถอยหลังมากกว่ามุ่งหวังชัยชนะ

อีกด้านหนึ่ง สโมสรไม่พอใจกับคำให้สัมภาษณ์ของอโมริมหลายครั้ง ทั้งการวิจารณ์ระบบอะคาเดมี และการพาดพิงถึงนักเตะดาวรุ่งอย่าง แฮร์รี่ อามาสส์ และ ชิโด โอบี รวมถึงความคิดเห็นเชิงลบต่อผู้เล่นชุดใหญ่อย่าง เบนจามิน เชชโก้ และ แพทริค ดอร์กู ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนภายในห้องแต่งตัว

กรณีของ ค็อบบี้ เมนู คืออีกหนึ่งชนวนสำคัญ ยูไนเต็ดมองว่าเขาคือทรัพย์สินระยะยาวของสโมสร แต่ในสายตาของอโมริม มิดฟิลด์วัย 20 ปี ไม่เหมาะกับระบบ 3-4-2-1 ส่งผลให้เจ้าตัวแทบไม่มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก และเกือบถูกปล่อยยืมตัวในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจให้กับทั้งนักเตะและฝ่ายบริหาร

ท้ายที่สุด ผู้บริหารระดับสูงของสโมสร นำโดย เจสัน วิลค็อกซ์ และ โอมาร์ เบอร์ราดา ได้ข้อสรุปว่า ความสัมพันธ์และแนวคิดการทำงานไม่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจแจ้งการปลดอโมริมในเช้าวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน แม้ภายนอกจะปฏิเสธว่ามีความขัดแย้งรุนแรง แต่เบื้องหลังถือเป็นการแตกหักอย่างชัดเจน

สรุปแล้ว ไม่ใช่เพียงเรื่องผลการแข่งขันหรือระบบการเล่นเท่านั้น แต่คือการขาดความยืดหยุ่น ความไม่ลงรอยกับโครงสร้างใหม่ของสโมสร และการสื่อสารที่ผิดจังหวะ ซึ่งทำให้ รูเบน อโมริม ไม่อาจยืนหยัดในตำแหน่งกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตามที่ทุกฝ่ายเคยคาดหวังไว้