Home Blog Page 4

ลิเวอร์พูลเมินต่อสัญญา 3 แข้งหลัก แต่มั่นใจทีมยังแกร่งได้

0

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล แสดงความไม่พอใจต่อการที่สโมสรยังไม่มีความคืบหน้าในการต่อสัญญากับสามแข้งสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้

แม้ว่าทั้งสามคนจะเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด แต่จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา ฟาวเลอร์ยอมรับว่าเขาไม่มั่นใจว่าสโมสรจะสามารถรั้งตัวทุกคนไว้ได้

“จากมุมมองของแฟนบอล ผมต้องพูดตามตรงว่า ผมไม่คิดว่าเราจะสามารถเก็บพวกเขาไว้ได้ทั้งหมด” ฟาวเลอร์กล่าว

เมื่อถูกถามว่าคิดว่าใครจะได้อยู่กับทีมต่อ ฟาวเลอร์ตอบว่า “ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ผมเป็นแฟนลิเวอร์พูล ผมอยากให้ทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด และถ้าคุณมองไปที่ ซาลาห์, เทรนต์ และ ฟาน ไดค์ พวกเขาต่างก็มีความสำคัญกับสโมสรอย่างมาก”

ฟาวเลอร์ยังกล่าวถึงฟอร์มการเล่นล่าสุดของสามแข้งนี้ โดยมองว่า ซาลาห์ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ขณะที่การขาดอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ส่งผลกระทบต่อทีม ส่วนฟาน ไดค์ยังคงโชว์ฟอร์มได้แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะผิดหวังกับการบริหารเรื่องสัญญาของสโมสร แต่ฟาวเลอร์ยังคงเชื่อมั่นว่า ลิเวอร์พูล จะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้

“ผมคิดว่าสโมสรทำผิดพลาดที่ปล่อยให้สถานการณ์นี้ยืดเยื้อ แต่นี่คือลิเวอร์พูล สโมสรจะเดินหน้าต่อไปได้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีนักเตะคนไหนใหญ่กว่าสโมสร”

นอกจากนี้ ฟาวเลอร์ยังปกป้อง อาร์เน่ สล็อต ว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าลิเวอร์พูลจะพลาดแชมป์ฟุตบอลถ้วยสองรายการติดต่อกัน

“แน่นอนว่าผลการแข่งขันในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้แฟนบอลผิดหวัง แต่ผมคิดว่า สล็อต ทำได้ยอดเยี่ยมแล้วที่พาทีมลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลแรกของเขา”

ฟาวเลอร์ยังกล่าวเสริมว่า แม้แฟนบอลจะคิดถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่สิ่งที่ สล็อต ทำให้กับทีมก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และหากเขาสามารถพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลแรก มันจะเป็นผลงานที่น่าทึ่งอย่างมาก

สมาคมฟุตบอลไทย ชี้ถึงเวลาปรับโครงสร้างครั้งใหญ่!

0

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ (ปั๋น) สส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ออกโรงเปิดเผยปัญหาการเงินของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งสะสมมายาวนานและพอกพูนจนกลายเป็นภาระหนักของวงการฟุตบอลไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารในอดีตเต็มไปด้วยความไม่โปร่งใส และอาจมีการแทรกแซงจากกลุ่มการเมือง

หนี้สินพอกพูนจากยุคสู่ยุค – จุดเริ่มต้นของวิกฤติ

นายชิตวันชี้ว่า หนี้สินของสมาคมฟุตบอลไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่สะสมมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ผ่านการบริหารของอดีตนายกสมาคมฯ หลายสมัย ไม่ว่าจะเป็น

  • ยุคของนายวรวีร์ มะกูดี (2550-2558) ซึ่งมีปัญหาค้างชำระภาษีอากร และการไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้สมาคมฯ ต้องจ่ายค่าปรับและภาษีรวมกว่า 84 ล้านบาท
  • ยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (2559-2567) ที่แม้จะเคลียร์หนี้ภาษีไปบางส่วน แต่กลับสร้างภาระใหม่ เช่น การยกเลิกสัญญากับสยามสปอร์ตก่อนกำหนด จนนำไปสู่คำสั่งศาลให้ชดใช้ 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
  • ยุคของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ (2567-ปัจจุบัน) ที่เข้ามาพร้อมกับหนี้สินกว่า 660 ล้านบาท และต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ก้อนโตที่ตกทอดจากการบริหารที่ผ่านมา

สัญญาผูกมัด – สมาคมฯ เสียเปรียบ หรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร?

หนึ่งในข้อกังขาใหญ่คือ สัญญาที่ยืดยาวและผูกพันข้ามวาระของนายกสมาคมฯ ทำให้สมาคมฯ ต้องแบกรับภาระที่อาจไม่เป็นธรรมต่อฟุตบอลไทย เช่น

  • สัญญากับสยามสปอร์ต ที่เกิดขึ้นในยุคนายวรวีร์ และส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงยุคของ พล.ต.อ.สมยศ
  • สัญญากับ Plan B ซึ่งถูกลงนามในปี 2564 และมีผลผูกพันจนถึงปี 2571 แม้ว่านายกสมาคมฯ คนใหม่จะเข้ามาแทนที่

นายชิตวันตั้งคำถามว่า สัญญาเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของสมาคมฯ หรือเป็นการเปิดช่องให้บางกลุ่มแสวงหากำไรจากวงการฟุตบอลไทย

งบประมาณภาครัฐ – ถูกใช้เพื่อพัฒนาฟุตบอลหรือผลประโยชน์กลุ่มทุน?

มีรายงานว่า งบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างปี 2562-2567 ที่ไหลเข้าสมาคมฟุตบอลไทยมีมูลค่ากว่า 978 ล้านบาท ถูกแบ่งออกเป็น

  • การจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์ 350 ล้านบาท
  • การจัดจ้างเกี่ยวกับสมาคมฟุตบอล 22 ล้านบาท
  • การถ่ายทอดสด 629 ล้านบาท

แต่ข้อกังขาคือ งบประมาณเหล่านี้ถูกใช้เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยจริงหรือไม่? หรือเป็นเพียงเครื่องมือในการเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่มทุน?

Data Analytics – ข้อมูลสำคัญของสมาคมฯ ถูกขายให้ใคร?

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตามองคือ สิทธิ์การถือครองข้อมูลวิเคราะห์ฟุตบอล (Data Analytics) ที่เป็นทรัพย์สินสำคัญของสมาคมฯ แต่กลับถูกขายออกไปอย่างถาวร โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าขายให้ใครและมีมูลค่าเท่าไหร่

ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สามารถช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ลดความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้ทุกสโมสรสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลับมีข่าวลือว่าข้อมูลดังกล่าวถูกขายให้เว็บไซต์การพนันและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและรายได้ของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว

ฟุตบอลไทย – แหล่งเงินก้อนโตที่ถูกแทรกแซงทางการเมือง?

เงินหมุนเวียนในวงการฟุตบอลไทยมาจากหลายช่องทาง เช่น สิทธิประโยชน์, ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, สปอนเซอร์ และเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้เกิดคำถามว่า กลุ่มการเมืองบางกลุ่มเข้ามาใช้สมาคมฯ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่

  • การเปลี่ยนแปลงสัญญาสิทธิประโยชน์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนนายกสมาคมฯ
  • ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทถ่ายทอดสดกับนักการเมือง
  • เงินหมุนเวียนที่ขาดความโปร่งใส
  • เจ้าของสโมสรฟุตบอลที่มีบทบาททางการเมือง

“ล้างบาง” วงการฟุตบอลไทย – ถึงเวลาต้องปฏิรูปจริงจัง!

การเปิดโปงปัญหาครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระล้างปัญหาที่ฝังรากลึกในสมาคมฟุตบอลไทย “มาดามแป้ง” ในฐานะนายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน ได้ส่งสัญญาณว่าเธอจะเดินหน้าเก็บกวาดปัญหาทั้งหมดอย่างจริงจัง

สิ่งที่วงการฟุตบอลไทยต้องการในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การ “เช็ดทำความสะอาด” แต่ต้องเป็นการ “ล้างบ้านครั้งใหญ่” เพื่อให้โครงสร้างของสมาคมฯ กลับมาสู่เส้นทางที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ภารกิจนี้อาจไม่ง่าย แต่หากต้องการเห็นวงการฟุตบอลไทยเติบโตอย่างแท้จริง ก็ถึงเวลาที่ต้อง “เช็ดให้เกลี้ยง” และตัดวงจรผลประโยชน์ที่ฉุดรั้งวงการนี้มาอย่างยาวนาน!

ลิเวอร์พูล เดินหน้าเจรจาคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค เสริมทัพ

0

ลิเวอร์พูล กำลังเร่งเครื่องเดินหน้าคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกตัวเก่งของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด โดยมีรายงานว่าพวกเขาเริ่มเปิดโต๊ะเจรจากับตัวแทนของนักเตะแล้ว หวังดึงดาวยิงรายนี้มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์

อิซัค ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดของพรีเมียร์ลีก โดยนับตั้งแต่ย้ายจาก เรอัล โซเซียดาด มาค้าแข้งในอังกฤษเมื่อปี 2022 เจ้าตัวทำไปแล้ว 58 ประตูจาก 100 นัด ให้กับทัพ สาลิกาดง แถมยังเพิ่งซัดประตูสำคัญช่วยให้ทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ ที่สนามเวมบลีย์ได้สำเร็จ

ความโดดเด่นของแข้งทีมชาติสวีเดนทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจับตามอง ซึ่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บาร์เซโลน่า, เชลซี และ อาร์เซน่อล ต่างเคยมีข่าวพัวพันกับเจ้าตัวมาแล้ว โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล ที่หมายมั่นปั้นมือให้เขาเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งในการเสริมแนวรุก

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อต กำลังมองหาทางเลือกใหม่ในแดนหน้า เนื่องจากผลงานของ ดาร์วิน นูนเญซ ยังคงไม่สม่ำเสมอ ยิงในลีกได้เพียง 5 ประตูเท่านั้น ทำให้ อิซัค กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเข้ามาเพิ่มศักยภาพเกมรุกของ “หงส์แดง”

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง รายงานว่า ลิเวอร์พูลได้เริ่มพูดคุยกับตัวแทนของ อิซัค แล้ว แม้ทางฝั่ง นิวคาสเซิ่ล จะยังไม่ต้องการปล่อยตัวเขาออกไปง่าย ๆ ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หาก ลิเวอร์พูล หรือทีมใดต้องการคว้าตัว อิซัค ไปร่วมทีม จะต้องยื่นข้อเสนอไม่น้อยกว่า 120 ล้านปอนด์ เนื่องจากแข้งวัย 25 ปียังมีสัญญาอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล จนถึง มิถุนายน 2028

ต้องรอดูว่าท้ายที่สุดแล้ว ลิเวอร์พูล จะสามารถปิดดีลหัวหอกเนื้อหอมรายนี้ได้หรือไม่ หรือจะเป็นทีมอื่นที่คว้าตัวเขาไปร่วมทัพแทน!

“ลิเวอร์พูลจ่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก: โอกาสสูงถึง 99.21%”

0

ในฤดูกาล 2024-2025 สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลได้แสดงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและคงเส้นคงวา ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในพรีเมียร์ลีกอย่างมั่นคง ปัจจุบัน ลิเวอร์พูลครองตำแหน่งจ่าฝูงด้วยคะแนน 70 คะแนน นำหน้าอาร์เซนอล ทีมอันดับสอง ที่มี 58 คะแนน ห่างกันถึง 12 คะแนน โดยทั้งสองทีมลงแข่งเท่ากัน

จากการวิเคราะห์ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta ลิเวอร์พูลมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้สูงถึง 99.21% ขณะที่อาร์เซนอลมีโอกาสเพียง 0.79%

นอกจากนี้ โปรแกรมการแข่งขันที่เหลืออยู่ 9 นัดของลิเวอร์พูลยังเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถการันตีแชมป์ได้ หากสามารถเก็บชัยชนะได้อย่างน้อย 5 นัด

ความสำเร็จนี้เกิดจากการนำทีมของผู้จัดการทีม อาร์เน่ สล็อต ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ และสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของทีมไว้ได้ ลิเวอร์พูลมีเกมรุกที่ทรงพลังและเกมรับที่เหนียวแน่น ทำให้พวกเขาแพ้เพียงนัดเดียวตลอดฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม อาร์เน่ สล็อต ยังคงเน้นย้ำให้ทีมโฟกัสไปที่การแข่งขันนัดต่อนัด โดยไม่ประมาทคู่แข่ง แม้ว่าจะมีคะแนนนำห่างก็ตาม เขาย้ำว่าทีมยังมีภารกิจสำคัญในลีกคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและความมุ่งมั่นของทีม ลิเวอร์พูลมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอีกครั้ง

ลิเวอร์พูลจ่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก: วิเคราะห์โอกาสและความท้าทายที่เหลือ

“เคยรอซ” เตือนโปรตุเกสต้องเริ่มแผนรับมือยุคหลัง “โรนัลโด้”

0

คาร์ลอส เคยรอซ ออกโรงเตือน ทีมชาติโปรตุเกส ว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเริ่มเตรียมแผนรับมือ การอำลาทีมชาติของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทัพ “ฝอยทอง” ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

แม้ว่า CR7 จะยังคงเป็นกำลังหลักของทีม และคาดว่าจะลงเล่นจนถึง ฟุตบอลโลก 2026 แต่ด้วยวัยที่แตะ 40 ปี แล้ว ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่วันหนึ่งโปรตุเกสจะต้องเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีเขา


📝 เคยรอซชี้ โปรตุเกสต้องเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้ทีมสะดุด

โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับโปรตุเกสด้วย 217 นัด 135 ประตู พร้อมกับนำทีมคว้าแชมป์ ยูโร 2016 และ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019 ซึ่งถือเป็นยุคทองของทีมชาติ อย่างไรก็ตาม เคยรอซ มองว่า โปรตุเกสต้องเริ่มคิดถึงอนาคตที่ไม่มีซูเปอร์สตาร์รายนี้

อดีตผู้ช่วยของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งเคยร่วมงานกับ โรนัลโด้ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาสะกิดทีมชาติว่า หากไม่เตรียมตัวให้ดี อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของทัพ “ฝอยทอง”

🗣 “เราอยู่กับภาพลวงตาที่คุ้นเคยมาหลายปี แต่เรากำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาที่สำคัญมาก”

“ไม่นานจากนี้ โปรตุเกสต้องเผชิญหน้ากับการอำลาของนักเตะที่เป็นตำนาน การตัดสินใจที่สำคัญต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมชาติถดถอย”


🔍 ต้องหาทายาทต่อจาก โรนัลโด้ และ ฟิโก้

เคยรอซ มองว่าการเปลี่ยนผ่านยุคของ โรนัลโด้ ต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาและสนับสนุนผู้เล่นรุ่นใหม่ให้แข็งแกร่ง พร้อมระบุว่าโปรตุเกสต้องยกระดับ ระบบการฝึกซ้อมและการแข่งขัน เพื่อให้มีนักเตะที่สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนได้

🗣 “เราต้องทบทวนแนวทางการพัฒนาผู้เล่น การจัดการทีมเยาวชน และการคัดเลือกนักเตะเข้าสู่ทีมชาติ”

“หากเราสร้างนักเตะที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น จะช่วยให้ทีมชาติคงความแข็งแกร่งได้ในระยะยาว ผมไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมเราจะไม่มีผู้เล่นที่มีศักยภาพระดับสูงถึง 300,000 หรือ 400,000 คนในระบบของเรา”


⚽ โรนัลโด้ยังพร้อมช่วยทีมก่อนอำลาสังเวียน

แม้ เคยรอซ จะมองถึงอนาคตของทีมชาติ โปรตุเกส แต่ โรนัลโด้ ยังคงเป็นกำลังหลักของ อัล นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย และยังมีความมุ่งมั่นกับการนำโปรตุเกสลุยศึกใหญ่

โดยโปรตุเกสมีคิวทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ เดนมาร์ก ในวันที่ 21 และ 24 มีนาคมนี้ ซึ่ง โรนัลโด้ ยังคงเป็นตัวเลือกสำคัญของทีมภายใต้การนำของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ

ถึงแม้โปรตุเกสจะมีแข้งรุ่นใหม่อย่าง ราฟาเอล เลเอา, ชูเอา เฟลิกซ์ และ กอนซาโล่ รามอส แต่คำถามสำคัญคือ “ใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำแทน โรนัลโด้?”

🧐 โปรตุเกสพร้อมหรือยัง? เมื่อถึงวันที่ไร้เงา CR7 บนสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด เล็ง 4 หัวหอกเสริมแนวรุกล่าตาข่ายซีซั่นหน้า

0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยล็อกเป้าหมายไปที่ 4 กองหน้าตัวท็อป เพื่อยกระดับแนวรุก หลังจากฤดูกาลนี้ทีมยังทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

“ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม ซึ่งเข้ามาแทนที่ เอริก เทน ฮาก ต้องเผชิญกับฤดูกาลที่น่าผิดหวัง โดยพวกเขาตกรอบฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้งสองรายการ และปัจจุบันรั้งอันดับ 13 ของตารางพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ความหวังเดียวในการคว้าตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือการคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก

จากรายงานของ ฟลอเรียน เพล็ตเท่นเบิร์ก นักข่าวของ Sky Germany ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้คัดเลือก 4 ศูนย์หน้าตัวเป้า ที่ต้องการดึงมาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ โดยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตลูกทีมของ อโมริม ที่เคยร่วมงานกันมาก่อน


📌 4 กองหน้าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ

🔴 วิคตอร์ โยเคเรส (สปอร์ติ้ง ลิสบอน) – ดาวยิงสวีเดนที่กำลังโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในโปรตุเกส และเคยร่วมงานกับ อโมริม ที่สปอร์ติ้ง ลิสบอน

อูโก เอกิติเก (ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต) – กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ที่กำลังกลับมาเรียกฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังล้มเหลวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

🔵 เบนจามิน เซสโก้ (แอร์เบ ไลป์ซิก) – ศูนย์หน้าชาวสโลวีเนีย ที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล

🔹 วิคเตอร์ โอซิมเฮน (นาโปลี – ปัจจุบันยืมตัวอยู่กับ กาลาตาซาราย) – หัวหอกชาวไนจีเรีย ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของหลายทีมใหญ่ รวมถึง เชลซี


⚽ ฟอร์มของว่าที่กองหน้าปีศาจแดง เทียบกับแนวรุกปัจจุบัน

📊 โยเคเรส ยิงไปแล้ว 40 ประตู ในฤดูกาลนี้
📊 โอซิมเฮน ซัดไป 26 ประตู ขณะถูกยืมตัวไปลีกตุรกี
📊 เซสโก้ ยิงได้ 17 ประตู จาก 36 นัดให้ แอร์เบ ไลป์ซิก
📊 เอกิติเก กำลังฟื้นตัวจากฟอร์มตก และต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

ขณะที่กองหน้าชุดปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด
📉 ราสมุส ฮอยลุนด์ ยิงได้เพียง 8 ประตู ในซีซั่นนี้
📉 โจชัว เซิร์กซี่ ทำได้เพียง 6 ประตู จาก 44 นัด


การเสริมกองหน้าตัวใหม่ถือเป็นหนึ่งใน ภารกิจเร่งด่วน ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ หากพวกเขาหวังกลับมาท้าทายตำแหน่ง ท็อปโฟร์ และแย่งแชมป์ในฤดูกาลหน้า 💥

“อโมริม” ชื่นชม “ฮอยลุนด์” ปลดล็อกสกอร์

0

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชื่นชม ราสมุส ฮอยลุนด์ หลังหัวหอกเดนมาร์กยุติฝันร้ายที่ยิงประตูไม่ได้มายาวนาน ในเกมที่ปีศาจแดงเปิดบ้านถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0

ดาวยิงวัย 21 ปี เบิกสกอร์แรกของเกมในนาทีที่ 28 หลังจากเผชิญช่วงเวลายากลำบาก ยิงไม่ได้ติดต่อกันถึง 21 นัด โดยประตูสุดท้ายของเขาก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปถึง เกมกับ วิคตอเรีย เพลเซ่น เมื่อ 12 ธันวาคม ปีที่แล้ว

จากนั้น อเลฮานโดร การ์นาโช่ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาช่วยกันบวกเพิ่ม ทำให้ยูไนเต็ดเก็บชัยชนะอย่างสวยงาม


🗣️ อโมริมยกย่องฮอยลุนด์หลังพังประตูแรกในรอบ 3 เดือน

หลังจบเกม รูเบน อโมริม กล่าวถึงฟอร์มของลูกทีมว่า

“มันเป็นประตูที่สำคัญมากสำหรับราสมุส”
“เขาทุ่มเทให้ทีมเสมอ ไล่กดดันแนวรับ แย่งบอล และวันนี้เขาจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม”
“มันไม่ใช่ลูกยิงที่ง่ายเลย แต่เขาจัดการได้ดี และผมคิดว่าเขาสมควรได้รับสิ่งนี้มากกว่าทุกคน”

กุนซือชาวโปรตุเกสยังแสดงความเสียดายที่ทีมกำลังฟอร์มดีแต่ต้องพักเบรกทีมชาติ

“ช่วงเวลานี้ทีมของเรากำลังมั่นใจ แต่โชคร้ายที่ต้องหยุดเพราะเบรกทีมชาติ”
“นักเตะหลายคนถึงขีดจำกัดของพวกเขาแล้ว เราจะใช้เวลานี้พักฟื้น และเมื่อกลับมา เราจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง”


🔍 “การ์นาโช่” โชว์พัฒนาการ อโมริมปลื้มฟอร์มเกมรุก

นอกจากฮอยลุนด์ อโมริมยังชื่นชม อเลฮานโดร การ์นาโช่ ที่ยิงหนึ่งประตูในเกมนี้

“เขามีความสุขมาก และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีที่เขาพัฒนาเกมของตัวเอง”
“ตอนนี้เขาสามารถเล่นได้ทั้งสองฝั่งของสนาม และช่วยเกมรับได้ดีขึ้น เมื่อคุณพัฒนาในทิศทางนี้ คุณจะเห็นผลงานดีๆ ตามมา”


📊 แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นอันดับ 13 – เลสเตอร์จมโซนตกชั้น

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 37 คะแนน ขยับขึ้นอันดับ 13 ของตารางพรีเมียร์ลีก ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงมี 17 คะแนน รั้งรองบ๊วย และแพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 7

📍 ฮอยลุนด์คืนฟอร์ม – แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มกลับมามั่นใจอีกครั้ง! 🔥

พรีเมียร์ลีกเปลี่ยนลูกบอล! PUMA เริ่มซีซั่น 2025/26

0

พรีเมียร์ลีกประกาศอย่างเป็นทางการว่า PUMA จะเข้ามาเป็นผู้ผลิตลูกฟุตบอลสำหรับการแข่งขัน ตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26 เป็นต้นไป ปิดฉากความร่วมมือ 25 ปี กับ Nike ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ลูกบอลหลักของลีกมาตั้งแต่ปี 2000

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ PUMA ในการขยายอิทธิพลในโลกฟุตบอลระดับสูง โดยแบรนด์ดังจากเยอรมนีจะรับหน้าที่จัดหาลูกบอลสำหรับทุกนัดของพรีเมียร์ลีก แทนที่ Nike ซึ่งใช้ลูกบอลรุ่น Tiempo เป็นรุ่นสุดท้าย


📢 พรีเมียร์ลีกยืนยันจับมือ PUMA

ริชาร์ด มาสเตอร์ส ซีอีโอของพรีเมียร์ลีกกล่าวว่า

“เรายินดีที่ได้ต้อนรับ PUMA ในฐานะซัพพลายเออร์ลูกบอลอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก”
“PUMA เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการฟุตบอล และเรารอคอยที่จะได้เห็นลูกฟุตบอลใหม่ที่พวกเขาผลิต ถูกใช้ในการแข่งขันตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 2025 เป็นต้นไป”

เขายังเสริมว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นมากกว่าการเปลี่ยนแค่ลูกบอล เพราะ PUMA และพรีเมียร์ลีกจะทำงานร่วมกันในโครงการระดับชุมชน รวมถึงการขับเคลื่อนฟุตบอลไปสู่แฟนบอลทั่วโลก


⚽ PUMA เสริมแกร่งฐานฟุตบอลระดับโลก

อาร์เน่ ฟรอยด์ท ซีอีโอของ PUMA กล่าวถึงข้อตกลงครั้งนี้ว่า

“พรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก และนี่เป็นก้าวสำคัญของ PUMA ในการยกระดับแบรนด์ของเรา”
“เราตื่นเต้นที่จะได้นำเทคโนโลยีชั้นนำของ PUMA มาสู่เกมการแข่งขัน และให้แฟนบอลทั่วโลกได้สัมผัสลูกฟุตบอลของเราในทุกแมตช์ของพรีเมียร์ลีก”

PUMA ถือเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญอยู่แล้วในพรีเมียร์ลีก โดยเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยังเป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์ให้นักเตะชั้นนำ เช่น
🔹 ไค ฮาแวร์ตซ์ (อาร์เซน่อล)
🔹 เจมส์ แมดดิสัน (ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์)
🔹 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
🔹 จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน)


🏆 ส่งเสริมฟุตบอลระดับรากหญ้า พร้อมกระจายแบรนด์สู่แฟนบอลทั่วโลก

การร่วมมือระหว่าง พรีเมียร์ลีกและ PUMA จะครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงการฟุตบอลระดับเยาวชน ส่งเสริมพรสวรรค์ในระดับรากหญ้า และสนับสนุนโครงการฟุตบอลชุมชนทั่วโลก

ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกมีผู้ชมกว่า 900 ล้านครัวเรือนใน 189 ประเทศ ทำให้ข้อตกลงนี้เป็นโอกาสสำคัญในการขยายแบรนด์ PUMA ไปยังตลาดระดับโลก โดย PUMA ตั้งเป้าที่จะให้ลูกบอลของพวกเขากลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกเกมในลีกสูงสุดของอังกฤษ


🔥 สรุปการเปลี่ยนแปลงสำคัญในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26

PUMA ขึ้นแท่นผู้ผลิตลูกบอลอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก
ยุติความร่วมมือ 25 ปี กับ Nike
PUMA ตั้งเป้าขยายอิทธิพลในฟุตบอลระดับสูง พร้อมพัฒนาโครงการชุมชน
พรีเมียร์ลีกยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ดึงดูดแบรนด์กีฬาระดับโลก

🎯 ฤดูกาล 2025/26 จะเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของพรีเมียร์ลีก กับลูกบอล PUMA ที่พร้อมเปิดตัวกลางสนามตั้งแต่เกมแรกของซีซั่น!

นิวคาสเซิ่ล สร้างประวัติศาสตร์! คว้าแชมป์คาราบาว ครั้งแรก

0

“สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จารึกหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า 2-1 คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ เป็นสมัยแรกของสโมสร และนับเป็นถ้วยระดับเมเจอร์แรกในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่แชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1955


นิวคาสเซิ่ล แซงลิเวอร์พูล ผงาดแชมป์แรกในรอบ 7 ทศวรรษ

ศึก คาราบาว คัพ 2024 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า 10 สมัย และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่หวังล้างแค้นหลังพลาดแชมป์จากการเข้าชิงสองครั้งก่อนหน้านี้

เกมเริ่มต้นด้วยความดุเดือด นิวคาสเซิ่ล เดินเกมรุกได้อย่างวูบวาบและเกือบขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 24 เมื่อ อเล็กซานเดอร์ อิซัก กระชากบอลถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายย้อนให้ ซานโดร โตนาลี่ ได้ซัด แต่บอลพุ่งออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 45+1 ความพยายามของ เดอะ แม็กพายส์ สัมฤทธิ์ผล คีแรน ทริปเปียร์ เปิดเตะมุมสุดแม่นยำไปเข้าหัว แดน เบิร์น โขกเต็มแรง บอลพุ่งผ่านมือ ควีวิน เคลเลเฮอร์ เข้าตาข่าย ส่งให้นิวคาสเซิ่ลออกนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก

เข้าสู่ครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ล ยังไม่ผ่อนเกม และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ เปิดบอลจากกราบซ้ายให้ เจค็อบ เมอร์ฟี่ โขกชงต่อให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัก วอลเลย์จ่อๆ เข้าไปอย่างเฉียบขาด ทิ้งห่างเป็น 2-0

ลิเวอร์พูล พยายามเร่งเครื่องและมีโอกาสทองในนาทีที่ 59 เมื่อ เคอร์ติส โจนส์ ตัวสำรอง ได้กดเต็มข้อ แต่ นิค โป๊ป นายด่านสาลิกาดง เซฟเอาไว้ได้

เข้าสู่ช่วงทดเจ็บนาที 90+3 เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวสำรองของลิเวอร์พูล ยิงไล่มาเป็น 2-1 แต่ไม่ทันกู้สถานการณ์ได้ จบเกม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คว้าชัยเหนือ ลิเวอร์พูล 2-1 พร้อมกับซิวถ้วยคาราบาว คัพ สมัยแรกของสโมสร

นอกจากจะเป็นแชมป์แรกของสโมสรในรายการนี้ นิวคาสเซิ่ล ยังคว้าถ้วยแชมป์ระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่คว้า เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1955 ถือเป็นคืนประวัติศาสตร์ของ “เดอะ แม็กพายส์” อย่างแท้จริง


รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

🔴 ลิเวอร์พูล (4-3-3)
ผู้รักษาประตู: ควีวิน เคลเลเฮอร์
กองหลัง: จาเรลล์ ควอนซาห์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อิบราฮิมา โกนาเต้ (เคอร์ติส โจนส์ น.57), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
กองกลาง: โดมินิค โซโบซไล, ไรอัน กราเฟนแบร์ค (เฟเดริโก้ เคียซ่า น.74), อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ (โกดี้ คักโป น.67)
กองหน้า: โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดีโอโก้ โชต้า (ดาร์วิน นูนเญซ น.56), ลุยส์ ดีอาซ (ฮาร์วี่ย์ เอลเลี่ยตต์ น.74)

นิวคาสเซิ่ล (4-3-3)
ผู้รักษาประตู: นิค โป๊ป
กองหลัง: คีแรน ทริปเปียร์, ฟาเบียน แชร์, แดน เบิร์น, ติโน่ ลิฟราเมนโต้
กองกลาง: บรูโน่ กิมาไรส์, ซานโดร โตนาลี่, โชลินตอน
กองหน้า: เจค็อบ เมอร์ฟี่ (เอมิล คราฟท์ น.90), อเล็กซานเดอร์ อิซัก (คัลลั่ม วิลสัน น.80), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (โจ วิลล็อค น.82)


คุณคิดว่า นิวคาสเซิ่ล จะต่อยอดความสำเร็จนี้ไปคว้าแชมป์รายการอื่นได้หรือไม่? คอมเมนต์กันมาได้เลย! 👇

“เซอร์จิม” เตือนอาจต้องลา หากโดนแฟนบอลโจมตีไม่หยุด!

0

เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเตือนว่า หากกระแสโจมตีจากแฟนบอลยังคงรุนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ ตระกูลเกลเซอร์ เขาอาจตัดสินใจอำลาสโมสร

มหาเศรษฐีวัย 72 ปี ซีอีโอของ INEOS เพิ่งเข้ามาถือหุ้น 25% ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน พร้อมให้คำมั่นว่าจะพาสโมสรกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม นโยบายลดต้นทุนที่เขานำมาใช้กลับสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก

🔴 มาตรการลดต้นทุนจุดประเด็นดราม่า

แรตคลิฟฟ์ได้เริ่มปรับโครงสร้างทางการเงินของสโมสร โดย
ปิดโรงอาหารพนักงาน
ลดจำนวนพนักงานบางส่วน
ปลดเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกจากตำแหน่งทูตสโมสร
ปรับราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขัน
วางแผนสร้างสนามใหม่ มูลค่า 2 พันล้านปอนด์ ความจุ 100,000 ที่นั่ง

เจ้าของร่วมปีศาจแดงยังกล่าวปกป้องการตัดลดงบประมาณ โดยอ้างว่าสโมสรอาจเข้าสู่ภาวะขาดทุนจนหมดเงินก่อน คริสต์มาส หากไม่มีการปรับโครงสร้างทางการเงิน

แฟนบอลเดือด! ประท้วงหนักก่อนเกมเจ๊าปืนใหญ่

มาตรการเหล่านี้ทำให้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก มีการประท้วงก่อนเกมที่เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งแรตคลิฟฟ์เองก็ยอมรับว่า กระแสต่อต้านจากแฟนบอลไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ

🗣️ เซอร์จิม เปิดใจ หากโดนโจมตีเหมือนตระกูลเกลเซอร์ อาจขอลาออก

เจ้าของทีมปีศาจแดงให้สัมภาษณ์กับ The Times ว่า

🗨️ “ผมไม่ได้สนุกกับการถูกโจมตีแบบนี้หรอก ผมอาจทนได้สักระยะหนึ่ง”
🗨️ “ผมเข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากเห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกต่ำเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ และไม่มีใครอยากเห็นเราต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆ เหล่านี้”
🗨️ “แต่ถ้าสุดท้าย ผมโดนโจมตีเหมือนตระกูลเกลเซอร์ ผมก็คงต้องบอกว่า – พอเถอะ ปล่อยให้คนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทน”

แรตคลิฟฟ์ยังเผยว่า ตระกูลเกลเซอร์แทบไม่เคยมาปรากฏตัวที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเลย ตั้งแต่เขาเข้ามาเทคโอเวอร์ พร้อมเสริมว่า

🗨️ “ตอนนี้ผมยังไม่ต้องมีบอดี้การ์ดคอยดูแล ผมไม่อยากต้องใช้ชีวิตแบบนั้น คุณไม่สามารถอดทนกับการถูกโจมตีแบบเดิมซ้ำๆ ได้หรอก มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย”

💰 ปกป้องตระกูลเกลเซอร์ ชี้เป็นนักธุรกิจที่เก่ง แต่แฟนบอลอาจไม่อยากฟัง

แม้จะมีเสียงวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับ ตระกูลเกลเซอร์ แต่ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ปฏิเสธที่จะกล่าวโทษเจ้าของเก่าของสโมสร โดยกล่าวว่า

🗨️ “พูดตามตรงนะ ตระกูลเกลเซอร์เก่งมากในด้านธุรกิจ”
🗨️ “แต่มีคนแนะนำผมว่าห้ามพูดเรื่องนี้ เพราะแฟนบอลไม่อยากได้ยิน ผมต้องระวังให้มาก”
🗨️ “ผมอาจโดนโจมตีหนักถ้าสนับสนุนพวกเขา แต่ความจริงก็คือ พวกเขาเป็นคนดี พวกเขาสุภาพและให้เกียรติผมเสมอ”

📌 บทสรุป

🟥 เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากใช้มาตรการลดต้นทุนที่เข้มงวด
🟨 แฟนบอลประท้วงหนัก หลังมีการปลดเซอร์อเล็กซ์ และปรับราคาตั๋ว
🟩 แรตคลิฟฟ์ เตือนว่าอาจลาออก หากกระแสต่อต้านรุนแรงขึ้นเหมือนที่เกิดกับตระกูลเกลเซอร์

แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่รวมถึงโครงสร้างของสโมสรเช่นกัน 🚨

ห้ามพลาด!